Showing posts with label Drama. Show all posts
Showing posts with label Drama. Show all posts

Sunday, July 24, 2011

The Boy in the Striped Pyjamas (2008)

Bruno (Asa Butterfield) เด็กชายวัยซน 8 ขวบ จำเป็นต้องจากเพื่อนๆ เพราะพ่อของเขา Ralf (David Thewlis) ทหารนาซีประจำหน่วย SS ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเป็นผู้บัญชาการของค่ายกักกันนาซี ทำให้ครอบครัวที่ประกอบไปด้วย Elsa (Vera Farmiga) แม่ของเขา และพี่สาว Gretel (Amber Beattie) ในวัย 12 ปี ต้องย้ายไปอยู่ที่นั้น แต่ Ralf ไม่ได้บอกรายละเอียดของที่ทำงานที่ใหม่ซึ่งจะเป็นที่อยู่แก่ครอบครัวของเขา Bruno กับที่อยู่ใหม่ สำหรับเด็กวัยซนอย่างเขา ดูจะไม่ค่อยเข้ากันเลย เขาถูกล้อมรอบไปด้วยทหารผู้ใต้บังคับบัญชาของพ่อเขา หันไปทางไหนก็ไม่มีเด็กในวัยเดียวกันกับเขาที่จะมาเป็นเพื่อนเล่นพูดคุย แต่ด้วยความที่เขา ชอบการผจญภัยและอยากเป็นนักสำรวจ ทำให้เขาค้นพบ เส้นทางไปสู่สถานที่ที่เขาเรียกมันว่า "ฟาร์ม" และที่นั้นเขาได้พบเด็กชายในชุดนอนลายทางในวัยเดียวกับเขา ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของรั้วลวดหนาม Shmuel (Jack Scanlon) คือชื่อของเด็กชายที่เขาได้พบ ความสัมพันธ์ที่กำเนิดจากความไร้เดียงสาของเด็กชายทั้งสองจึงเริ่มขึ้น และเป็นสาเหตุไปสู่เหตุการณ์สะเทือนใจ ในบั้นปลาย

The Boy in the Striped Pyjamas เป็นภาพยนตร์จากอังกฤษ กำกับโดย Mark Herman ชาวอังกฤษ ในอเมริกาเหนือจะัใช้ชื่อภาพยนตร์ว่า The Boy in the Striped Pajamas สร้างจากบทประพันธ์ที่โด่งดังของนักประพันธ์ชาวไอริช John Boyne ผลงานชื่อเดียวกันกับภาพยนตร์ ในฉบับหนังสือนั้นมียอดขายรวมกันมากกว่า 5 ล้านเล่มจากทั่วโลกทั่วโลกและถูกตีพิมพ์ที่อเมริกา ในปี 2007 และ 2008 ยังเคยติดอันดับ 1 ในหนังสือขายดีของ New York Times นอกจากนั้นยังเป็นหนังสือขายดีที่สุดในสเปน , รวมทั้งไอร์แลนด์, ออสเตรเลียและประเทศอื่น ๆ The Boy in the Striped Pyjamas เป็นเรื่องที่เล่าถึงความไร้เดียงสาของเด็ก โดยมีการดำเนินเรื่องผ่านเด็กชายลูกของผู้บัญชาการของค่ายกักกัน ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องจากผู้แต่งชาว ไอริช กำกับโดยผู้กำกับชาวอังกฤษ ภาษาที่ใช้ในเรื่อง เป็นภาษาอังกฤษ จึงทำให้ในเรื่องขาดพลังและความสมจริงไปเมื่อเทียบกับฉบับหนังสือ ที่สามารถจินตนาการได้ด้วยตัวผู้อ่านเอง


ประโยคเด็ดจากภาพยนตร์
"Childhood is measured out by sounds and smells and sights, before the dark hour of reason grows."
John Betjeman


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- หน่วย SS ย่อมาจาก SchutzStaffeln หรือ Protection Squad ในภาษาอังกฤษ แปลว่า กองระวังป้องกัน ก่อตั้งมาในปี ค.ศ. 1923 จุดประสงค์เดิมเพื่อเป็นกองกำลังองครักษ์ประจำตัว อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler)
- ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าค่ายกักกันในเรื่อง จะมีชื่ออะไรแต่คาดกันว่าน่าจะเป็น ค่ายกักกันค่ายนึง ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็นค่ายอัน เลื่องชื่อ “ค่ายเอาชวิตซ์” (Auschwitz)

Soundtrack
James Horner คือ ผู้มาดูแลเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ จากผลงานเพลงประกอบมากกว่า 100 เรื่อง และรางวัลต่างๆอีกมากมายเป็นเครื่องประกันฝีมือเขาได้เป็นอย่างดี
ตัวอย่าง เพลงประกอบ กับ Track ที่ 1.Boys Playing Airplanes
1.Boys Playing Airplanes – 4:132.Exploring the Forest – 2:36
3.The Train Ride to a New Home – 3:344.The Winds Gently Blow Through the Garden – 5:57
5.An Odd Discovery Beyond the Trees – 2:516.Dolls Aren't for Big Girls, Propaganda is... – 3:43
7.Black Smoke – 1:438.Evening Supper – A Family Slowly Crumbles – 7:53
9.The Funeral – 1:5410.The Boys' Plans, From Night to Day – 2:36
11.Strange New Clothes – 9:5312.Remembrance, Remembrance – 5:31
Directed by Mark Herman
Produced by David Heyman
Screenplay by Mark Herman
Based on The Boy in the Striped Pyjamas by John Boyne
Starring Asa Butterfield
Jack Scanlon
David Thewlis
Vera Farmiga
Rupert Friend
Music by James Horner
Cinematography Benoît Delhomme
Editing by Michael Ellis
Studio BBC Films
Heyday Films
Distributed by Miramax Films
Release date(s) September 12, 2008 (United Kingdom)
November 7, 2008 (United States)
Running time 93 minutes
Country United Kingdom
United States
Language English
Budget $12.5 million
Gross revenue $40,416,563


Read More...

Friday, December 31, 2010

Everybody's Fine (2009)

Frank Goode(Robert De Niro) ต้องรับมือกับสถานะพ่อหม้ายหลังจากภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว 8 เดือน ต้องใช้ชีวิตอยู่กับบ้านตามลำพัง เขาได้รับการแนะนำให้รับมือช่วงเวลานี้ ด้วยการใช้เวลาให้หมดไปกับงานต่างๆ ภายในบ้าน แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกสุขใจกับการตระเตรียมสิ่งของ เพื่อต้อนรับบรรดาลูกทั้ง 4 คน ของเขา ที่ให้สัญญาไว้ว่าจะมาพบปะพูดคุยพร้อมหน้าพร้อมตากันที่บ้าน แต่สิ่งต่างๆ ที่เขาเตรียมไว้กับไม่ได้ใช้ เมื่อลูกๆของเขา เริ่มโทรมายกเลิกนัดจนครบทุกคน สิ่งที่เตรียมไว้จำเป็นต้องยกเลิกไป Frank จึงตัดสินใจไปเยี่ยมลูกๆทั้ง 4 แทน โดยไม่บอกก่อนล่วงหน้า นอกจากหวังให้ลูกประหลาดใจแล้ว ยังเป็นการไปดูชีวิตความเป็นอยุ่ของพวกเขาว่าอยู่ปกติสุขดีไหม

Everybody's Fine หนังแนวดราม่า ที่ได้ดาราใหญ่มากฝีมือ อย่าง Robert De Niro รับบทพ่อหม้ายลูก 4 วัยเกษียณ ที่ต้องมีชีวิตอยู่ลำพังหลังจากภรรยาเสียไปได้ 8 เดือน แถมยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดเนื่อง จากสุบบุหรี่จัดในช่วงวัยทำงาน ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นสิ่งต้องห้ามของเขา เขายังได้รับคำแนะนำสำหรับการใช้ชีวิตในช่วงวัยเกษียณ ให้หมดไปกับงานบ้านและงานในสวน แต่เขาก็ตัดสินใจออกเดินทาง หลังจากที่รู้ว่าลูกๆของเขา ยกเลิกการมาเยี่ยมเขาที่บ้าน และนี่เป็นอีกครั้งกับ ยี้ห้อ ของ Robert De Niro กับหนัง แนว ดราม่า ที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ครั้งนี้เขารับบทเป็น พ่อผู้ห่วงใยลูกๆ ที่ต้องการเข้ามาทำหน้าที่แทน ภรรยาของเขา โดยก่อนหน้านั้น เขาหมดเวลาไปกับการทำงานหนักเพื่อครอบครัว และการตั้งความหวังกับลูกๆของเขา เพื่อหวังจะให้พวกเขาก้าวไปข้างหน้าได้ไกลกว่าตัวเขาเองผู้เป็นพ่อ นั้นเป็นความฝันของเขา ความฝันเดียวของเขาก็คือ ฝันที่จะเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ

นอกจากจะได้นักแสดงนำอย่าง Robert De Niro แล้ว ยังมีนักแสดงสมทบที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี อาทิ Drew Barrymore ,Kate Beckinsale และ Sam Rockwell เพิ่มความเข้มข้นให้หนังมากขึ้นอีก

Everybody's Fine นอกจากไม่ใช่หนังทำเงินแล้วยังเป็นขาดทุนซะด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังเป็นหนังที่น่าดูที่มีแง่คิดดีดีมากมาย เกี่ยวกับครอบครัว ตัวหนังเองทำให้เราเห็นว่า ในครอบครัวๆนึง มีหลากหลายปัญหาซ้อนทับกันไปมา การคลี่คลายก็มีอยู่หลากหลายวิธี ขอเพียงแต่มีการพบปะพูดคุยกัน ปัญหาก็สามารถที่จะคลี่คลายไปตามทางของมันเอง

ประโยคเด็ดจากภาพยนตร์
"We got wines from all over the world. We got English wines from France, we got Italian wines from all over Europe."

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
- Everybody's Fine ผลงานกำกับของ Kirk Jones เป็นเรื่องที่ 3 โดยเขามีผลงานก่อนหน้านี้คือ Nanny McPhee (2005) และ Waking Ned (1998)
- Everybody's Fine เป็นการนำผลงานของผู้กำกับอิตาเลียน Giuseppe Tornatore จากเรื่อง Stanno Tutti Bene ในปี 1990 นำมาสร้างใหม่อีกครั้ง
- สถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่คือคอนเนตทิคัตและนิวยอร์ค มีบางฉากที่ถ่ายทำในมหาวิทยาลัยเยล

Soundtrack
"(I Want To) Come Home" เพลงบัลลาดประกอบภาพยนตร์ แต่งขึ้นโดย Paul McCartney ซึ่งประทับใจหลังจาก่ได้ชมบทบาทแสนกินใจของ Robert De Niro ในบทของ Frank ที่พยายามทำความเข้าใจความคิดของลูกๆที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ นอกจาก "(I Want To) Come Home" ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำอีกด้วย
(I Want To) Come Home by Paul McCartney
Directed byKirk Jones
Produced byGianni Nunnari
Ted Field
Vittorio Cecchi Gori
Glynis Murray
Written byKirk Jones
StarringRobert De Niro
Drew Barrymore
Kate Beckinsale
Sam Rockwell
Katherine Moennig
Music byDario Marianelli
CinematographyHenry Braham
Editing byAndrew Mondshein
Distributed byMiramax Films
Release date(s)December 4, 2009
Running time99 minutes
CountryUnited States
LanguageEnglish
Budget$21 million

Read More...

Monday, August 16, 2010

Babel (2006)

กระสุนปืนไรเฟิล จากเด็กชาวโมร็อคโค พุ่งไปที่ไหล่ของSusan Jones (Cate Blanchett) ภรรยาของ Richard Jones (Brad Pitt)สองสามีภรรยาชาวอเมริกันที่เดินทางท่องเที่ยวโมร็อกโกกับคณะทัวร์ ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ ในขณะเดียวกันที่อเมริกา Amelia (Adriana Barraza) พี่เลี้ยงเด็กชาวเม็กซิกันของ RichardและSusan เฝ้าบ้านและดูแลลูก 2 คนของทั้งคู่ กำลังจะขอลากลับบ้านไปงานแต่งงานของลูกชายแต่ Richardโทรศัพท์ขอให้อยู่ก่อน Ameliaพยายามหาพี่เลี้ยงคนอื่นมาดูแลแทนแต่หาไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจพาเด็กทั้งสองคนไปด้วย โดยมี Santiago (Gael García Bernal) หลานชายของเธอขับรถมารับ อีกซีกหนึ่งของโลก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น Chieko Wataya (Rinko Kikuchi) เด็กสาววัยรุ่นและเป็นใบ้ อาศัยยู่กับพ่อ Yasujiro Wataya (Kōji Yakusho) Chieko มีปัญหาไม่ลงรอยกับพ่อ เธอใช้ชีวิตในว้ยรุ่นที่เต็มไปด้วยปัญหาอย่างเหลวแหลกไปกับเพื่อน ๆ วันหนึ่งมีตำรวจกลุ่ม หนึ่งมาถามหาพ่อเธอกับเธอ โดยที่จิเอโกะคิดว่า จะถามเรื่องการตายของแม่เหมือนทุกๆครั้ง แต่เธอหารู้ไม่ว่า ที่เรื่องราวทั้งหมดถูกเชื่อมโยงกันด้วยลูกกระสุนปืนไรเฟิลที่ดังขึ้นในโมร็อคโค...

Babel เป็นหนังอีกเรื่องที่ให้แง่คิดดีๆ ที่ใช้ตัวละครและสถานที่ต่างๆกัน 4 แห่ง คือ โมร็อคโค เม็กซีโก ญี่ปุ่น และ อเมริกา ซึ่งหมือนกับมีเรื่องสั้นอีกสี่เรื่องซ้อนอรวมกันในเรื่องเดียว หนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นความชัดเจนของ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากจุดๆเดียวมันสามารถกระทบกระเทือนไปได้กว้างขวางแม้ว่ามันจะเกิดจากความไม่เข้าใจกันจากจุดเล็กสุดคือครอบครัวก็ตาม

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
หอคอยบาเบลปรากฎในพระคัมภีร์ฉบับปฐมกาล(Book of Genesis) ที่เป็นหนึ่งในสองเหตุการณ์ที่สำคัญของมนุษยชาติเกิดขึ้นภายหลังจากยุคน้ำท่วมโลก(ยุคโนอาห์) ขณะนั้นมนุษย์พูดภาษาเดียวกัน ผู้คนในยุคนั้นได้ร่วมกันสร้างหอบาเบลที่เมืองบาบิโลน(ปัจจุบันคือ ประเทศอีรัก) โดยมีความมุ่งหวังเพื่อสร้างเป็นหอเทียมฟ้า เพื่อที่พวกเขาจะรวบรวมกำลังไห้กล้าแข็งไม่กระจัดกระจายไปไหน พวกเขาต้องการมีชื่อเสียงและมีความเย่อหยิ่งที่ต้องการแสดงว่าเขาไม่ ต้องการพระเจ้าและไม่ต้องการแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า (มีบางคนบอกว่าเป็นความพยายามที่จะเลียนแบบพระเจ้า) และมีแผนที่จะทำให้ใหญ่โตมากยิ่งขึ้น เพราะเขาคิดว่าเขามั่นคงด้วยกำลังของตนโดยปราศจากพระเจ้าได้ พระเจ้าทอดพระเนตรการกระทำของเขา ทรงทราบเจตนาของเขา จึงทรงทำให้ภาษาของพวกเขาวุ่นวาย เมื่อนั้นมนุษย์ก็พูดภาษาต่างกัน ไม่อาจเข้าใจกันได้ เขาจึงต้องแยกกันไปตามภาษาที่ตนพูด กระจัดกระจายไปอยู่ทั่วโลก การก่อสร้างจำต้องหยุดลงเพียงแค่นั้น เขาจึงเรียกหอคอยและเมืองนั้นว่า "บาเบล" ซึ่งแปลว่าวุ่นวายสับสน

บาเบลได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลในสถาบันและสาขาต่างๆมากมาย และต่อไปนี้คือรางวัลที่บาเบลได้รับมา
Academy Awards
Best Original Score - Gustavo Santaolalla
Austin Film Critics
Best Supporting Actress - Rinko Kikuchi
BAFTA Film Awards
Best Film Music - Gustavo Santaolalla
Cannes Film Festival
Best Director Alejandro González Iñárritu
François Chalais Award (a Prize of the Ecumenical Jury)
Technical Grand Prize - Stephen Mirrione(for the editing)
San Francisco Film Critics
Best Supporting Actress Adriana Barraza
Sant Jordi Awards
Best Foreign Film Alejandro González Iñárritu
Satellite Awards
Best Original Score Gustavo Santaolalla

คำคมจากภาพยนตร์
"If you want to be understood... Listen"

Directed by
Alejandro González Iñárritu
Produced by
Steve Golin
Jon Kilik
Written by
Guillermo Arriaga
Starring
Brad Pitt
Cate Blanchett
Gael García Bernal
Rinko Kikuchi
Kōji Yakusho
Adriana Barraza
Music by
Gustavo Santaolalla
Editing by
Douglas Crise
Stephen Mirrione
Distributed by
Paramount Vantage
Release date(s)
May 23, 2006 (premiere at Cannes)
October 27, 2006 (US, limited)
November 10, 2006 (US, wide)
November 10, 2006 (Mexico)
November 15, 2006 (France)
December 7, 2006 (MIFF)
December 26, 2006 (Australia)
January 19, 2007 (UK)
April 28, 2007 (Japan)[1]
Running time 143 minutes
Country
Japan
Mexico
Morocco
USA
Language
English
Spanish
Arabic
French
Japanese
Japanese Sign Language
Berber
Budget US$25 million (estimated)
Gross revenue $135,330,182
ข้อมูลจาก : Wikipedia
Babel (2006) Trailer

Read More...